กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ เผย ซากวาฬบรูด้า ตายผิดธรรมชาติ คาดเกิดจากฝีมือมนุษย์
วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันแถลงผลการผ่าพิสูจน์ซากวาฬบรูด้าที่เกยตื้นตายในป่าแสมชายฝั่ง ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา
โดย รศ.สพญ.ดร.นันทริกา กล่าวว่า จากการผ่าพิสูจน์ ยืนยันได้ว่า วาฬบรูด้าเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เนื่องจากวาฬยังสามารถกินอาหารได้ และมีร่างกายค่อนข้างสมบูรณ์ โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุการตายเกิดจากสภาวะช็อก เนื่องจากไม่พบเลือดภายในหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง รวมทั้งพบว่าวาฬตัวดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 10 ปี เป็นเพศผู้ ลำตัวยาว 11.27 เมตร น้ำหนักประมาณ 8 ตัน ผิวหนังภายนอกลอกหลุด พบรอยรัดจำนวน 4 รอย เป็นรอยรัดที่บริเวณครีบอก 3 รอย เกิดขึ้นก่อนวาฬตาย เพราะพบรอยช้ำบริเวณเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่วนรอยรัดบริเวณด้านหลังน่าจะเกิดจากความพยายามนำวาฬเข้าฝั่ง หลังจากที่วาฬตายแล้ว
ขณะที่ นายนพพล กล่าวว่า สาเหตุการตายอาจเกิดจากวาฬว่ายน้ำไปติดอวนหรือเชือกของชาวประมงที่ออกหาปลา และไม่สามารถดิ้นหลุดออกมาได้ จึงทำให้ตาย โดยจะต้องมีการนำซากไปตรวจละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ขณะเดียวกัน การวางมาตรการป้องกันและดูแลสัตว์ทะเล จะมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ รวมทั้งขอความร่วมมือกับภาคประชาชนในการสอดส่องดูแลสัตว์เหล่านี้
ทั้งนี้ กรณีที่พบสัตว์ทะเลหายากในบริเวณดังกล่าว เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากวาฬเป็นผู้บริโภคระดับสูงในห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะวาฬบรูด้า ที่ถือเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทย ตั้งแต่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จนถึง จ.เพชรบุรี ที่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 4-30 กิโลเมตร โดยสามารถพบได้ตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ตาม การกำจัดซากวาฬบรูด้า ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะดำเนินการหาวิธีย่อยสลายซากเหล่านี้ต่อไป อาทิ อาจมีการนำไปเผา หรือให้เป็นอาหารขอ
ขอขอบคุณข้อมูลจากhttp://hilight.kapook.com/view/104575
และขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @noon_thaipbs
ไม่มีความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น